Make your own free website on Tripod.com
- 3 -
นอกจากนี้ ในการดำเนินการทางคดีอาญา กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนยังคงถือหลักที่ จะคำนึงสวัสดิภาพ และอนาคตของเด็กและเยาวชน โดยจะทำหน้าที่ในการสืบเสาะ หาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในเรื่องอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิตใจ นิสัย อาชีพ และฐานะของ เด็กและเยาวชน ซึ่งต้องหาว่าการกระทำความผิดของ บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งเด็กหรือเยาวชนนั้นอาศัยอยู่ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวง เกี่ยวกับเด็กและ เยาวชนนั้น รวมทั้งหาสาเหตุแห่งการกระทำความผิด (มาตรา 34 (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล เยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534) เพื่อจะทำให้ทราบถึงสาเหตุที่กระทำความผิด การหามาตรการในการสงเคราะห์ช่วยเหลือและบำบัด แก้ไขให้เด็กและเยาวชนสามารถปรับตัวเป็นพลเมืองดี สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาและพฤติกรรม ตลอดจนการกระทำที่ไม่รุนแรงและไม่เสียหายมากนัก กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีนโยบายและมาตรการในการสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมุ่งที่จะเอาวิธีการหันเหคดีออกจากกระบวนการยุติธรรม (Diversion) โดยการใช้มาตรการทางเลือกอื่น นอกจากกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ (Alternative Action) มาใช้และจะใช้มาตรการจำกัดอิสรภาพ ดังกล่าวจะถูกทดแทนด้วยการนำเอากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) ในรูปแบบของการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน (Family and Community Group Conferencing) ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบกลับคืนสู่สภาพที่ดีดังเดิม สร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน (Social Harmony) ตามวัตถุประสงค์ของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ มีการขออภัยและให้อภัยกัน ผู้เสียหายได้รับการชดใช้ไม่ว่าเป็นตัวเงินหรือด้วยการทำงานชดใช้ หรือการทำงานบริการสังคมการหันเหคดีความผิดเล็กน้อยออกจากระบบ ให้เหลือคดีที่จำเป็นที่ต้องขึ้นศาลเป็นการลดบทบาทที่แข็งกระด้างของรัฐลง โดยให้ครอบครัวและชุมชนและผู้เสียหายเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดวิธีการแก้ไขเด็กที่เหมาะสมกับแต่ละคดี แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐว่าเหมาะสม ซึ่งเป็นการระดมทรัพยากรจากครอบครัวและชุมชนมาใช้อย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างครอบครัวให้เข้มแข็งขึ้น ลดความรู้สึกโกรธแค้นแต่เป็นการแก้ไขอย่างแท้จริง ให้ความสำคัญกับผู้เสียหายโดยมีส่วนร่วมให้ความเห็นเป็นการรักษาทรัพยากรมนุษย์จากการถูกทำลายไปโดยไม่สมควรและไม่เป็นการเพาะอาชญากรในอนาคตลดการกระทำผิดซ้ำของเด็ก นอกจากนี้ยังอาจทดแทนด้วยการบำบัด แก้ไขด้วยชุมชนแบบต่าง ๆ เช่นการคุมประพฤติ การศึกษาเล่าเรียนใน โรงเรียนหรือภายนอกที่จัดหาให้ และการส่งไปบำบัดรักษาทางด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมยังสถานบำบัดรักษาต่าง ๆ
ส่วนเด็กและเยาวชนที่มีปัญหากระทำผิดรุนแรง มีความประพฤติเสียหายมีปัญหาสลับซับซ้อนมีความจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน สงเคราะห์และบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูทั้งทาง ร่างกาย จิตใจและสังคมของ เด็กและเยาวชน แก้ปัญหาภายในทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข และเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังเป็นการคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของผู้เยาว์ในคดีแพ่ง และการ
คุ้มครองสถานภาพของการสมรส โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของบุตรและคุ้มครองช่วยเหลือครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง



                                     หน้าแรก     1       3    4      5        6